13 May 2026

PCE ทุ่มงบ 779 ล้านบ. ลุยโรงงานสกัดแห่งใหม่

หุ้นวิชั่น – นายประกิต ประสิทธิ์ ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า ล่าสุดคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติโครงการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่คุณค่าและลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอก มูลค่าการลงทุนรวมสูงสุดไม่เกิน 779 ล้านบาท (รวมค่าที่ดิน เครื่องจักร อุปกรณ์ และการก่อสร้าง) กำลังการผลิตประมาณ 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง

สำหรับการเข้าซื้อที่ดินโครงการนี้จะดำเนินการผ่าน บริษัท โอเชี่ยน ปาล์ม จำกัด (OCP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ PCE ถือหุ้น 100% เป็นการซื้อที่ดินเกษตรกรรมจำนวน 46 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 333 ไร่ ในอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มูลค่าที่ดิน 126.72 ล้านบาท (ราคา 380,000 บาทต่อไร่) โดยชำระเป็นเงินสดทั้งจำนวน ซึ่งเป็น รายการที่เกี่ยวโยงที่ที่ดินดังกล่าวซื้อมาจาก นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ซึ่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นพ้องว่า การลงทุนครั้งนี้มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ ในระยะยาวช่วยลดการพึ่งพาการซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากแหล่งภายนอก สร้างความมั่นคงในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของธุรกิจ การบริหารจัดการสามารถวางแผนพัฒนาทรัพย์สินถาวรและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ PCE ยืนยันว่าบริษัทฯ มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการเข้าทำรายการครั้งนี้โดยไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจปกติ

*โกยรายได้ 5,206 ล้านบาท

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร PCE เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 ภาพรวมอุตสาหกรรมผลผลิตปาล์มสดและปริมาณน้ำมันปาล์มดิบในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากสภาพอากาศที่เหมาะสมช่วงปลายปี 2568 ส่งผลให้ระดับน้ำมันปาล์มดิบคงคลังของประเทศเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความต้องการจากภาคพลังงานก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากภาครัฐปรับใช้ไบโอดีเซล B7 ในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และให้ B20 เป็นทางเลือก

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,206 ล้านบาท โดยรายได้จากน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เติบโตต่อเนื่อง 7.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (RBDOL) มีรายได้เติบโต 25.0% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ

ขณะที่ มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 6.7 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากรายการทางบัญชีที่ส่งผลต่อผลประกอบการในระยะสั้น โดยบริษัทรับรู้การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับความผันผวนของสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า ส่งผลต่อกำไรสุทธิในงวด ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด และไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานหลักของบริษัทฯ โดยตรง ผลการดำเนินงานหลักของบริษัทฯ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งรายการไม่ปกตินี้ จะทยอยลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 หลังจากมีการส่งออกและรับเงินค่าสินค้าแล้ว

*กำไรขั้นต้นพุ่ง

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น จำนวน 223.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ระดับ 4.3% ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ระดับ 2.3% การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นสะท้อนการบริหารต้นทุนและส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นในบางกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ

“ในไตรมาสแรกของปีนี้ อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ยังคงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มจากสงครามตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภาวะเศรษฐกิจโลก และอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในระยะกลางถึงยาว บริษัทฯ ยังคงมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้แผนตามโครงการ JUMP+ โดยเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการขยายรายได้จากผลิตภัณฑ์หลัก โดยมีการตั้งเป้าหมายให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 750–800 ล้านบาทภายในปี 2571”

ที่มา : PCE ทุ่มงบ 779 ล้านบ. ลุยโรงงานสกัดแห่งใหม่